.::www.Chayoo.in.th::.

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
ดู: 265|ตอบกลับ: 0

ประวัติศาสตร์จังหวัดพะเยา

[คัดลอกลิงก์]
สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา
พระเยาเป็นเมืองประวัติศาสตร์เดิมมีชื่อว่า เมืองภูกามยาว หรือพยาว เคยมีเอกราชสมบูรณ์มีกษัตริย์ปกครองสืบราชสันตติวงศ์มาปรากฏตามตำนานเมืองพะเยา ดังนี้
จุลศักราช ๔๒๑ พุทธศักราช ๑๖๐๒พ่อขุนเงินหรือลาวเงิน ราชโอรสของขุนแรงกวา-กษัตริย์ผู้ครองนครเงินยางเชียงแสนมีพระราชโอรส  ๒ องค์คือ ขุนจอมธรรมโอรสองค์ที่ ๒ ให้ปกครองเมืองภูกามยาวซึ่งเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้ แต่ขุนชินให้อยู่ในราชสำนักครองนครเงินยางเชียงแสน
ขุนจอมธรรมพร้อมข้าราชการบริวารขนเอาพระราชทรัพย์บรรทุกม้าพร้อมพลช้าง พลม้า ตามเสด็จถึงเมืองภูกามยาวและตั้งรากฐานเมืองใหม่ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณเมืองหนึ่ง นามว่า       "สีหราช"อยู่เชิงเขาชมภูหางดอยด้วน ลงไปจรดฝั่งแม่น้ำสายตามีสัณฐานคล้ายลูกน้ำเต้า มีหนองน้ำใหญ่อยู่ทางตะวันตก       อันหมายถึงกว๊านพะเยา และทางทิศอีสานคือหนองหวีและหนองแว่นต่อมารวมไพร่พลหัวเมืองต่างๆ        ได้๑๘๐,๐๐๐ คน จัดแบ่งได้ ๓๖ พันนาๆ ละ ๕๐๐ คนมีเขตแคว้นแดนเมืองในครั้งกระโน้น ดังนี้
ทิศบูรพา จรดขุนผากาดจำบอนตาดม้าน บางสีถ้ำ ไทรสามต้น สบห้วยปู น้ำพุง สบปั๋ง      ห้วยบ่อทอง ตาดซาววา กิ่วแก้ว กิ่วสามช่องมีหลักหินสามก้อนฝังไว้ กิ่วฤาษี แม่น้ำสายตา กิ่วช้าง    กิ่วง้ม กิ่วเปี้ย  ดอยปางแม่นาด
ทิศตะวันตกโป่งปูดห้วยแก้วดอยปุย แม่คาว ไปทางทิศใต้ กิ่วรุหลาว ดอยจิกจ้อง ขุนถ้ำ     ดอยตั่ง ดอยหนอก ผาดอกวัว แซ่ม่านไปจรดเอาดอยผาหลักไก่ทางทิศหรดี
มีเมืองในอำนาจปกครอง คือเมืองงาว เมืองกวา สะเอียบ เชียงม่วน เมืองเทิง   เมืองสระ เมืองออยสะสาว เมืองดอบ เชียงคำ เมืองลอ เมืองเชียงแลง เมืองหงาว แซ่เหียง แซ่ลุล   ปากบ่อง เมืองป่าเป้า เมืองวัง แซ่ซ้องเมืองปราบ แซ่ห่ม ทิศใต้สุดจรดนครเขลางค์และนครหริภุญชัย ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือต่อแดนขรนคร(เชียงของ)
ขุนจอมธรรมปกครองไพร่ฟ้าประชาชนโดยตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมและยึดมั่นในบวรพุทธศาสนา บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองด้วยโภคสมบัติฟ้าฝนตกตามฤดูกาลไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดี ปราศจากโรคภัยเบียดเบียนซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน ไม่มีสงคราม เจ้าประเทศราชต่างๆ ก็มีสัมพันธ-ไมตรีอันดีต่อกัน ทรงสั่งสอนไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินด้วยหลักธรรม ๒ ประการ คือ
- อปริหานิยธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม ๑
- ประเพณีธรรมขนบธรรมเนียมอันเป็นระเบียบแบบแผนอันดีงามของครอบครัว ๑  
ขุนจอมธรรมครองเมืองพะเยาได้ ๒ปี มีโอรส ๑ พระองค์ โหรถวายคำพยากรณ์ว่า    ราชบุตรองค์นี้จะเป็นจักรพรรดิราชปราบชมพูทวีป มีบุญญาธิการมากเวลาประสูติมีของทิพย์เกิดขึ้น ๓ อย่าง คือ แส้ทิพย์ พระแสงทิพย์ คณโฑทิพย์ จึงให้พระนามว่า "ขุนเจื๋อง" ต่อมาอีก ๓ ปีได้ราชบุตรอีกพระนามว่า "ขุนจอง"  หรือ "ชิง"
เมื่อขุนเจื๋องเจริญวัยขึ้นทรงศึกษาวิชายุทธศาสตร์ เช่น วิชาดาบ มวยปล้ำ เพลงชัย     จับช้าง จับม้า และเพลงอาวุธต่างๆ  พระชนมายุได้ ๑๖ ปีพาบริวารไปคล้องช้างที่เมืองน่านเจ้าผู้ครองเมืองน่านเห็นความสามารถแล้วพอพระทัยยกธิดาชื่อ "จันทร์เทวี" ให้เป็นชายาขุนเจื๋องพระชนมายุได้๑๗ ปี พาบริวารไปคล้องช้างที่เมืองแพร่ เจ้าผู้ครองนครเมืองแพร่พอพระทัยจึงยกธิดาชื่อ "นางแก้ว-กษัตริย์"ให้เป็นชายา     พระราชทานช้าง ๒๐๐ เชือก
ขุนจอมธรรมปกครองเมืองพะเยาได้๒๔ ปี พระชนมายุได้ ๔๙ พรรษา ก็สิ้นพระชนม์  ขุนเจื๋องได้ครองราชสืบแทน ครองเมืองได้ ๖ ปี มีข้าศึกแกว (ญวน) ยกทัพมาประชิดนครเงินยาง   เชียงแสนขุนชินผู้เป็นลุงได้ส่งสาส์นขอให้ส่งไพร่พลไปช่วยขุนเจื๋องได้รวบรวมรี้พลยกไปชุมนุมกันที่สนามดอนไชยหนอหลวงและเคลื่อนทัพเข้าตีข้าศึกแตกกระจัดกระจายไป เมื่อขุนชินทราบเรื่องก็เลื่อมใสโสมนัสยิ่งนักทรงยกธิดาชื่อ    "พระนางอั๊วคำคอน" ให้และสละราชสมบัตินครเงินยางเชียงแสนให้   ขุนเจื๋องครองแทน
เมื่อขุนเจื๋องได้ครองราชเมืองเงินยางแล้วทรงพระนามว่า "พระยาเจื๋องธรรมมิกราช" ได้มอบสมบัติให้โอรสชื่อ"ลาวเงินเรือง" ครองเมืองพะเยาแทนหัวเมืองใหญ่น้อยเหนือใต้ยอมอ่อนน้อม   ได้ราชธิดาแกวมาเป็นชายานามว่า "นางอู่แก้ว" มีโอรส ๓ พระองค์คือ ท้าวผาเรืองยี่คำห้าว ท้าวสามชุมแสง ต่อมายกราชสมบัติเมืองแกวให้ท้าวผาเรืองให้ท้าวคำห้าวไปครองเมืองล้านช้าง ท้าวสามชุมแสงไปครองเมืองน่าน ต่อมาได้โยธาทัพเข้าตีเมืองต่างๆที่ยังไม่ยอมสวามิภักดิ์ ทรงชนช้างกับศัตรูเสียทีข้าศึกเพราะชราภาพจึงถูกฟันคอขาดและสิ้นพระชนม์บนหลังช้างพวกทหารจึงนำพระเศียรไปบรรจุไว้ที่พระเจดีย์เมืองเหรัญนครเชียงแสน ขุนเจื๋องประสูติเมื่อปีพุทธศักราช ๑๖๔๑ ครองราชย์สมบัติเมื่อพระชนมายุ  ๒๔ ปี ครองแคว้นลานนาไทยได้ ๒๔ ปีครองเมืองแกวได้ ๑๗ ปี รวมพระชน-มายุได้ ๖๗ ปี
ฝ่ายท้าวจอมผาเรืองราชบุตรขึ้นครองราชสมบัติเมืองพะเยาได้๑๔ ปี ก็ถึงแก่พิราลัย   ขุนแพงโอรสครองราชแทนได้ ๗ ปีขุนซองซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าแย่งราชสมบัติและได้ครองราชเมืองพะเยาต่อมาเป็นเวลา ๒๐ปี และมีผู้ขึ้นครองราชสืบต่อมาจนถึงพระยางำเมืองซึ่งครองราชเป็นกษัตริย์เมืองพะเยาองค์ที่ ๙ นับจากพ่อขุนจอมธรรมพ่อขุนงำเมืองประสูติเมื่อพุทธศักราช ๑๗๘๑เป็นราชบุตรของพ่อขุนมิ่งเมืองสืบเชื้อสายมาจากท้าวจอมผาเรือง พระชนมายุ ๑๔ ปีพระราชบิดาส่งไปศึกษาเล่าเรียนศิลปศาสตร์เพทในสำนักเทพอิสิตนอยู่ภูเขาดอยด้วน ๒ปีจบการศึกษา พระชนมายุได้ ๑๖ ปี พระราชบิดาส่งไปศึกษาต่อขอถวายตัวอยู่ในสำนักสุกันตฤาษี ณ กรุงละโว้ (ลพบุรี) จึงได้รู้จักคุ้นเคยกับพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัยสนิทสนมผูกไมตรีต่อกันอย่างแน่นแฟ้นศึกษาศิลปศาสตร์ร่วมครูอาจารย์เดียวกันเป็นสหายกันตั้งแต่นั้นมาเมื่อเรียนจบก็เสด็จกลับเมืองพะเยา ปีพุทธศักราช ๑๓๑๐ พระราชบิดาสิ้นพระชนม์  พ่อขุนงำเมืองขึ้นครองราชย์แทนพ่อขุนงำเมืองเป็นผู้ทรงอิทธิฤทธิ์เช่นเดียวกับพระร่วงเจ้าตำนานกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่าศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ไม่ชอบสงคราม ปกครองบ้านเมืองด้วยความเที่ยงธรรมผูกไมตรีจิตต่อประเทศราชและเพื่อนบ้านขุนเมงรายเคยคิดยกทัพเข้าบดขยี้เมืองพะเยา พ่อขุนงำเมืองล่วงรู้เหตุการณ์ก่อนแทนที่จะยกทัพเข้าต่อต้าน ได้สั่งไพร่พลให้อยู่ในความสงบสั่งให้เสนาอำมาตย์ออกต้อนรับโดยดีเชิญขุนเมงรายเสวยพระกระยาหารและเลี้ยงกองทัพให้อิ่มขุนเมงรายจึงเลิกการทำสงครามแต่นั้นมาพ่อขุนงำเมืองจึงยกเมืองปลายแดนซึ่งมีเมืองพาน เมืองเชี่ยนเคี่ยน เมืองเทิงและเมืองเชียงของให้แก่พระเจ้าเมงราย  และทำสัญญาปฏิญาณต่อกันจะเป็นมิตรต่อกันตลอดไป
ฝ่ายพระยาร่วงซึ่งเป็นสหายคนสนิทก็ได้ถือโอกาสเยี่ยมพ่อขุนงำเมืองปีละ๑ ครั้ง ส่วนใหญ่เสด็จในฤดูเทศกาลสงกรานต์ได้มีโอกาสรู้จักขุนเม็งรายทั้ง ๓ องค์ได้ชอบพอเป็นสหายกัน เคยหันหลังเข้าพิงกันกระทำสัจจปฏิญาณแก่กัน ณริมฝั่งแม่น้ำขุนภูว่าจะไม่ผูกเวรแก่กันจะเป็นมิตรสหายกันกรีดโลหิตออกรวมกันในขันผสมน้ำ ทรงดื่มพร้อมกัน (ภายหลังแม่น้ำนี้ได้ชื่อว่าแม่น้ำอิง) ระหว่างครองราชย์ในเมืองพะเยาพ่อขุนงำเมืองเป็นผู้ทรงอุปฐากพระธาตุจอมทองซึ่งตั้งอยู่บนดอยจอมทองซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพะเยาที่ประชาชนสักการะบูชามาจนตราบเท่าทุกวันนี้
เมื่อพ่อขุนงำเมืองสิ้นพระชนม์ลงโอรสคือ ขุนดำแดงสืบราชสมบัติแทนเมื่อปีพุทธศักราช ๑๘๑๖ พ่อขุนดำแดงมีโอรสชื่อขุนคำลือซึ่งครองราชสมบัติแทนต่อมาในสมัยนั้นพระยาคำฟูผู้ครองนครชัยบุรีศรีเชียงแสนชวนพระยากาวเมืองน่านยกทัพตีเมืองพะเยา แต่พระยาคำฟูตีได้ก่อนเกิดขัดใจกันสู้รบกันขึ้นพระยาคำฟูเสียทีก็เลยยกทัพกลับเชียงแสนกองทัพพระยากาวเมืองน่านติดตามไปยกทัพเลยไปตีถึงเมืองฝาง ได้แต่ถูกทัพของพระยาคำฟูตีถอยล่นกลับเมืองน่านเมืองพะเยาในสมัยนั้นอ่อนแอมากจึงได้รวมอยู่กับอาณาจักรลานนา
พุทธศักราช ๑๙๔๙ พระเจ้าไสลือไทยยกกองทัพหมายตีเมืองเชียงใหม่และผ่านเขตเมืองพะเยาหมายตีเอาเมืองพะเยาด้วย แต่ไม่สำเร็จ





ไฟล์ประวัติเเบบเต็ม DOWLOAD ไฟล์ที่นี่






ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้อง ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อดาวน์โหลดหรือดูไฟล์แนบนี้ คุณยังไม่มีบัญชีใช่ไหม? สมัครสมาชิก

x
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Mobile|รูปแบบข้อความล้วน|www.Chayoo.in.th

GMT+8, 2019-6-19 04:45 , Processed in 0.050041 second(s), 15 queries , Gzip On.

Powered by Discuz! X3.4 R20180101, Rev.59

© 2001-2017 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้