.::www.Chayoo.in.th::.

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
ดู: 662|ตอบกลับ: 0

[SEO] บอนไซ ?

[คัดลอกลิงก์]
บอนไซ ?
บอนไซเป็นศิลปะในการปลูกต้นไม้ธรรมดา ที่มีลักษณะทนทาน ลงในกระถางขนาดจำกัด และ
ใช้กรรมวิธีเลี้ยงดูตัดแต่งให้มีรูปสวยงามดังธรรมชาติ ไม้บอนไซเป็นไม้ที่ต้องตัดแต่ง และจำกัดขนาดลำต้น
กิ่งก้าน และพุ่มใบให้เป็นรูปร่างต่างๆเลียนแบบธรรมชาติและ ดอกตามสภาพปรกติที่เคยออกบอนไซที่ดี
ต้องเหมือนหรือใกล้เคียง ธรรมชาติมากที่สุด
ดังนั้นไม้บอนไซจึงหมายความถึง ไม้ย่อส่วนจากธรรมชาติ หรือจำลองธรรมชาติหรือการจัดแต่งต้นไม้
โดยใช้ศิลปะให้เหมือนธรรมชาติให้อยู่ในถาดหรือ กระถางตื้น ๆ ซึ่งแท้จริงแล้วคำอธิบายความหมาย
ของบอนไซเหล่านี้ หรืออย่างอื่นอย่างใด ก็ไม่สามารถอธิบายถึงหัวใจของคำว่า"บอนไซ"ได้ละเอียดลึกซึ้ง
เพียงพอบอนไซ มีความหมายมากกว่าการย่อส่วนเลียนแบบธรรมชาติแน่นอน แต่ยากเกินกว่าที่จะเขียน
พรรณนาให้ได้ความรู้สึกครบถ้วนได้เพราะในความเป็นจริง ต้นไม้ไม่สามารถย่อส่วนลงมาให้เหมือนธรรมชาติ
ทุกส่วนได้ เช่นเดียวกับเราย่อรถไฟจำลอง หรือรถจำลองให้เหมือนของจริง ในสภาพธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นต้น
ไม้เล็กหรือต้นไม้ใหญ่ อายุมากหรืออายุน้อยก็ตาม คงไม่มี ต้นใดเหมือนกับต้นใดเหมือนกับต้นอื่นไปเสีย
ทุกส่วนแม้แต่ เพียงต้นเดียว รูปทรงแต่ละต้นย่อมมี ลักษณะเฉพาะของตัวเอง ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพอากาศ สภาพดิน
สภาพแวดล้อมอื่น ๆ และสายพันธุ์ของไม้นั้น
หัวใจของการทำไม้บอนไซอยู่ที่การใช้อารมณ์ ความรู้สึกจากประสบการณ์ที่เกิดความประทับใจ
ในรูปทรงของต้นไม้ที่พบเห็นผ่านมาในอดีตแล้ว ถ่ายทอดรูปแบบอารมณ์และความรู้สึกนั้น ผ่านออกมาทาง
การจัดแต่งบังคับต้นไม้ที่ปลูกให้เป็นไปตามต้องการ
จึงกล่าวได้ว่าบอนไซไม่ใช่เป็นการย่อส่วนจำลองธรรมชาติแต่บอนไซเป็น ต้นไม้อุดมคติหรือต้นไม้
ในฝัน ใช้ศิลปะการจัดแต่ง สร้างสรรค์ต้นไม้ที่ปลูกในกระถาง ให้เกิดความสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ ใครพบ
ใครเห็นแล้วเกิดความประทับใจ ซึ่งรูปทรงเช่นไม่อาจพบได้ตามธรรมชาติ ไม่ว่า จะเป็นแห่งใดก็ตาม
บอนไซจึงเป็นธรรมชาติยิ่งกว่าธรรมชาติเสียอีก
ญี่ปุ่นเป็นที่ที่มีธรรมชาติสวยงาม เช่น ภูเขา หินผาริมทะเล เนินเขา และชาวญี่ปุ่นมีศิลปะพิเศษ
ในการนำความงามของธรรมชาติมาจัดในสวน นั่นคือ ศิลปะของบอนไซ
บอนไซเป็นต้นไม้เล็กๆ มักเป็นพืชยืนต้น ซึ่งปลูกอยู่ในภาชนะตื้นๆ มันถูกเลี้ยงให้มีขนาดเล็ก และ
จัดรูปทรงด้วยเทคนิคพิเศษ ความมหัศจรรย์ของบอนไทรก็คือ มันจำลองรูปทรงต่างๆของต้นไม้ขนาดใหญ่
ในธรรมชาติได้ ซึ่งบางครั้งเป็นรูปทรงของต้นสนที่ขึ้นตามรอยร้าวของผา เป็นศิลปะที่ดูแล้วเพลินตา
ต้นกำเนิดของศิลปะนี้ยังคลุมเครืออยู่ ชื่อ บอนไซ มาจากภาษาจีน p’en tsai ซึ่งแปลว่า ต้นไม้ถาด
ผู้ศึกษาเรื่องนี้ส่วนใหญ่คิดว่าเกิดครั้งแรกที่จีน เมื่อ700-800ปีมาแล้ว และสู่ญี่ปุ่นเมื่อ ศตวรรษที่ 1300
แต่บางคนยังแย้งว่าชาวญี่ปุ่นทำขึ้นก่อน แต่อย่างไรที่แน่นอนอย่างหนึ่งคือ ชาวญี่ปุ่นได้ปรับวิธีปลูกบอนไซ
ให้ดีขึ้นจนเป็นศิลปะของตนเอง นักจัดสวนญี่ปุ่นอาจใช้เวลาทั้งชีวิตในการปลูกบอนไซ มีรูปแบบเป็นของตน
และถ่ายทอดสู่ลูกหลาน
ชนิดของบอนไซ
มีผู้นำต้นไม้หลายหลากพันธุ์ รูปทรง ขนาด และสีสันต่าง ๆ มาตบแต่งเป็นบอนไซ ให้มีความสวยงาม
มีเสน่ห์ดึงดูดตรึงตราผู้พบเห็น แล้วแต่ว่าใครจะนิยมชมชอบต้นไม้ชนิดใด ต้นไม้ที่นำมาจัดทำเป็นไม้บอนไซ
สามารถจำแนกออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภทคือ ชนิดของต้นไม้รูปทรง และขนาดของต้นไม้
1. ชนิดของต้นไม้
(1) ไม้ไม่ผลัดใบ
ต้นไม้ประเภทนี้จะมีใบเขียวสดตลอดปี นิยมปลูกเพื่อใช้ในการตกแต่ง ตั้งโชว์ประดับสถานที่ให้เกิด
จุดเด่น ไม้ประเภทนี้ได้แก่ สนดัดญี่ปุ่น สนเข็ม สนเข็มดำ ตะโก ชา ข่อย ไทร มะสัง มะขาม ฯลฯ
(2) ไม้ผลัดใบ
ไม้ประเภทนี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
2.1 ไม้ที่มีใบสีแดงในฤดูใบไม้ร่วง ไม้ประเภทนี้ ในช่วงแตกตาจน ถึงปลายฤดูร้อนจะมีสีเขียวตามปกติ และ
เปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองในฤดูใบไม้ร่วง ทำให้เกิดสีสันสวยงามแปลกออกไป ไม้ประเภนี้ได้แก่ เมเปิล โอค
บีช ไมเดนแฮร์แวกซ์ทรี เซลโคลา ฯลฯ
2.2 ไม้ดอก ดอกที่ผลิชูช่อ ช่วยแต้มแต่ง สีสันต้นไม้ให้ดูสดชื่นมีชีวิตชีวา ไม้ประเภทนี้ได้แก่ แอปริคอท
แอปเปิ้ลป่า เชอรี พีช แมกโนเลีย แต้ฮวย วินเทอร์จัสมิน หางนกยูง เฟื่องฟ้า ฯลฯ
2.3 ไม้ผล ได้แก่ พลับจีน แพร์ เกาลัด ฮอลลี่ ไอดีเซีย ส้มมือ ควินซ์ จันทร์แดง ทับทิม ทับทิมหนู ลูกจันทร์ ฯลฯ
ส่วนไม้ประเภทอื่น เช่น ไม้สมุนไพร ไม้พุ่มเตี้ยที่มีผู้นำมาทำเป็น ไม้แคระเกร็นนั้นยังไม่ถือว่าเป็นบอน
ไซที่สมบูรณ์
2. รูปทรง
(1) แบบลำต้นตรง
เพราะบอนไซรูปแบบนี้ ลำต้นต้องตรง ปลายเหยียดชี้ ให้ความรู้สึกมีพลัง รากแข็งแรงแตกรอบต้น
ทุกทิศทาง ให้ความรู้สึกมั่นคง ทรงพุ่มค่อย ๆ เรียวตั้งแต่ช่วงล่าง ไปจนถึงยอด กิ่งแตกออกทุกทิศทางได้สัดส่วน
ทุกด้าน
(2) แบบลำต้นโน้มเอียง
รูปทรงประเภทนี้ ลำต้นต้องเอียงเล็กน้อย จะเป็นทางซ้ายหรือทางขวาก็ได้ จึงให้ความหมายถึง
ความเปลี่ยนแปลง การแต่งบอนไซ ประเภทนี้ มักจัดให้รากและกิ่งอยู่เพียงด้านเดียว ได้ความรู้สึก
เหมือนไม้บนที่สูง ตามหน้าผา ที่มีลมแรงหรือขึ้นตามขอบหุบเหวลึก
(3) แบบขดม้วน
การตบแต่งรูปทรงประเภทนี้ ลำต้นต้องเป็นลำต้นเดี่ยว คดงอเป็นเกลียว หักกลับไปมา ให้บรรยากาศ
แบบป่า มีลมพายุพัดหมุนแรงจัดรอบต้น สร้างความรู้สึกมีพลังแลดูสวยงามหาใดเหมือน ส่วนใหญ่รากจะมี
ขนาดใหญ่ เปลือกหยาบตกสะเก็ด กิ่งก้านจะต้องบิดงอ ให้ได้รูปทรงสมดุลกับลำต้นด้วย
(4) แบบลำต้นเอนมาก
ไม้ที่ตกแต่งแบบบอนไซปนะเภทนี้มีลำต้นเดี่ยวเอน ลงมามากจนถึง เกือบขอบกระถางที่ปลูก
สร้างความรู้สึกเหมือนต้นไม้ริมหน้าผาลึกถูกแรงลมพัดจัด แต่บอนไซประเภทนี้ปัจจุบันไม่นิยมนัก
(5) แบบลำต้นคู่
ลำต้นต้องเป็นลำต้นคู่ จากลำต้นเดียวกัน ต้นหนึ่งเป็นลำต้นหลัก อีกต้นหนึ่ง เป็นลำต้นประกอบ ดัดแต่ง
ให้มีขนาดและความสูงของลำต้น สัมพันธ์ได้สมดุลกัน ประกอบเป็นรูปทรงที่สวยงาม
(6) แบบหลายลำต้น
บอนไซแบบนี้เกิดจากลำต้นเดียว แต่ตัดแต่งให้ดูเหมือนหลายลำต้น ตั้งแต่ 3 ลำต้นขึ้นไป
จนถึง 13 ลำต้น แต่ส่วนใหญ่มักจะจัดแต่งให้มีจำนวน เป็นคู่ก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นป่าเล็ก ๆ หรือป่าละเมาะ
(7) แบบเป็นกลุ่มตอเดียว
ลักษณะเช่นนี้ พบเห็นได้ตามธรรมชาติ ในป่าลึก บนภูเขา ที่ซึ่งมีต้นไม้ล้มเอียง และแสงแดดสามารถ
ส่องได้ถึง บอนไซประเภทนี้หมายถึง รากยาวงอคดเคี้ยวและมีลำต้นเล็ก ๆ แตกขึ้นมามากมาย
(8) แบบแพ
ลำต้นจะนอนราบไปกับพื้นดิน กิ่งก้านที่แตกออกมาตั้งตรงแลดูคล้าย กับไม้ที่ขึ้นเป็นกลุ่ม ยิ่งเป็นไม้ที่มี
สภาพคดงอตามธรรมชาติ แกร็นนำมาทำเป็นไม้บอนไซแล้วจะสวยงามยิ่งขึ้นมาก
(9) แบบปลูกเป็นกลุ่ม
บอนไซประเภทนี้ กระถางหนึ่ง ๆ จะมีต้นไม้ตั้งแต่ 9 ต้นขึ้นไป ส่วนใหญ่จะปลูกเป็นไม้พันธุ์เดียวกัน
แล้วจัดตัดแต่งให้ดูเหมือนสภาพป่า โดยจัดให้มีความสมดุลต่อเนื่องกัน
(10) แบบปลูกบนหิน
การจัดบอนไซประเภทนี้ ต้องใช้หินที่มีโพรงใหญ่ พอที่จะปลูกต้นไม้ ให้รากจับเกาะกันได้ บรรยากาศ
จะเหมือนกับไม้บนหินใหญ่หรือยอดเขา และหากใช้กระถาง ที่ค่อนข้างแบนใส่น้ำให้ท่วมดินรอบกระถาง
ก็จะทำให้บรรยากาศ ดังต้นไม้ขึ้นบนเกาะกลางทะเล
3. ขนาดของต้นไม้
ขนาดของบอนไซ ใช้ความสูงของต้นไม้เป็นของวัดและจัดแบ่งอย่างไร ก็ตามไม่มีมาตรฐานการวัด
ที่แน่นอน ที่กระทำกันใช้วิธีพิจารณาจากขนาดของ ห้องที่จัดวางกระถางบอนไซต้นนั้น ๆ เป็นเกณฑ์ แต่ทั้งนี้
ไม่ควรสูงมากกว่า 90 เซนติเมตร และขนากมาตรฐานควรจะอยู่ระหว่างช่วง 40 เซนติเมตร
บอนไซแบ่งขนาดออกได้กว้าง ๆ เป็นขนาดใหญ่ มีความสูงเกิน 90 เซนติเมตร ขนาดกลางสูงประมาณ
45 เซนติเมตร และขนาดเล็กสูงประมาณ 10 เซนติเมตร หรือต่ำกว่านั้น แต่ถ้าลำต้นมีความสูงขนาดมวนบุหรี่
(7-8 เซนติเมตร) ก็น่าจะเรียยกว่า "บอนไซขนาดจิ๋ว"
บอนไซที่ดีควรเป็นอย่างไร
ก่อนเริ่มลงมือเลี้ยงไม้บอนไซ ควรทราบก่อนว่าบอนไซที่ดี ควรมีลักษณะ อย่างไร องค์ประกอบ
บนส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้เป็นตัวชี้ว่า ไม้ต้นนั้นมีโครงร่างเดิมเหมาะสม ที่จะนำมาดัดแต่ง ให้เป็นไม้บอนไซ
ที่สวยงาม มีเสน่ห์ น่าประทับใจได้หรือไม่ เหนือสิ่งอื่นใดผู้เลี้ยงต้องรู้ความมุ่งหมายของตนเอง เสียก่อนว่า
จะดัดแต่งไม้ที่ได้มาให้มีรูปทรงแบบใด ชนิดใด มิฉะนั้นแล้ว ก็จะเป็นการเสียเวลาประคบประหงมไปโดย
เปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เลี้ยงมือใหม่ ควรจัดแต่งแบบพื้นฐาน จนเกิดความชำนาญเสียก่อน
เพื่อป้องกันความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเสมอไป ผู้ชำนาญจริง ๆ สามารถรู้ ว่าควรจะทำอย่างไร
เมื่อใดกับบอนไซของเขา
บอนไซที่ดีต้องมีลำต้น กิ่งก้าน สาขาและส่วนต่างๆ ของลำต้น สวยงามได้สัดส่วน ในตัวเอง
เหมือนไม้ใหญ่ในธรรมชาติ และสิ่งสำคัญคือ กระถางและรูปทรงของต้นไม้ทั้งต้น ต้องสัมพันธ์กันกลมกลืนกัน
เป็นอย่างดีด้วย ลักษณะ ของต้นไม้ที่พิจารณาบอนไซแบ่งออกได้ดังนี้
1. การแผ่ขยายของราก
ลองคิดดูว่า ลำต้นไม้ที่ปลูกสภาพไม่ผิดจากต้นไม้หลักปักดิน แล้วในกระถางนั้นย่อมปราศจาก
ความสวยงาม ไม่ก่อให้เกิดอารมณ์ชวนมอง รากและการแผ่ขยายของราก จึงเป็นองค์ประกอบ สำคัญส่วนหนึ่ง
ของบอนไซ การจัดเรียงรากให้แผ่กระจายไปรอบ ๆ โคนต้น และมีบางส่วนโผล่ดินขึ้น มาบ้างอย่างได้จังหวะ
รับกับรูปทรงของต้นไม้ ก็จะเป็นสิ่งช่วยให้ดูเหมือนว่าไม้ ต้นนี้แข็งแรงมั่นคง มีพลัง ยึดติดกับดิน แน่นหนา
ไม่โยกคลอน
2. ลำต้น
มีผู้กล่าวว่า ส่วนสำคัญของต้นไม้ ลำต้นมาเป็นอันดับแรก ถัดมาเป็นกิ่งก้านสาขา และตามมาด้วยราก
ดังนั้นส่วนสำคัญของบอนไซ คือลำต้นอันเปรียบได้กับโครงกระดูกของมนุษย์
ลำต้นที่ดีต้องกลมกลืนสภาพสมบูรณ์แข็งแรง ค่อย ๆ เรียงจากโคนไปหายอด เปลือกหยาบมีรอยแตก
ตกสะเก็ด มองดูมีอายุเก่าแก่ แก่นไม่มีรอย แตกร้าว เนื้อไม้แข็ง
บอนไซที่สวยงามมักเป็นไม้แคระเกร็นมีอายุ ซึ่งขุดมาจากป่าหรือหุบเขา เปลือกมีรอยแตก บางต้น
เปลือกฉีกลอก มองเห็นเนื้อไม้ บางต้นเป็นตะปุ่มตะป่ำ บางต้นบิดเป็นเกลียว ลักษณะเหล่านี้เป็นข้อยกเว้น
จากหลักเกณฑ์ ที่ว่าลำต้นที่ดี ต้อง กลมเกลี้ยง ไม่มีบาดแผลรอยแตก เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างให้
ไม้บอนไซดูเด่นขึ้น
3. กิ่งก้านสาขา
กิ่งก้านสาขาของต้นไม้เปรียบได้กับลวดลายของผืนผ้า ต้นไม้ไม่มีกิ่งก็เหมือนผ้าไม่มีลาย โดยทั่วไป
ไม่อ่อนจะมีกิ่งแตกชี้ไปด้านบน ไม่แก่กิ่งจะห้อยย้อยลงไปเบื้องล่าง บอนไซที่ดีไม่ได้ อยู่ที่กิ่งก้านสาขามาก
แต่อยู่ที่ทิศทาง ความยาวและขนาดของกิ่ง การตัดแต่งกิ่งจึงมีความสำคัญ กิ่งใดควรตัดกิ่งใดควรไว้
จะให้กิ่งไหนอยู่หลังต้น กิ่งไหนอยู่ข้างหน้า กิ่งไหนชี้ชึ้น กิ่งไหนห้อยลง สิ่งเหล่านี้ ต้องมีการวางแผน ล่วงหน้า
ว่าต้องการให้เป็นรูปทรงแบบไหน การตัดแต่งกิ่งมีประโยชน์ ในการควบคุมการแตกของกิ่งขนาดและความยาว
ของกิ่งให้ได้สมดุล และรูปทรงตามต้องการ
4. ใบ
เนื่องจากไม้บอนไซเป็นไม้แคระเกร็นที่มีลำต้นและกิ่งก้านเล็ก ใบที่ดีควรมีลักษณะเล็กสมดุล กับกิ่ง
ก้านและลำต้นด้วย การเลือกปลูกไม้ที่มีใบเล็กโดย ธรรมชาติอยู่แล้ว จะควบคุมขนาดได้ง่ายกว่าไม้ที่มีใบโต
ตามขนาดธรรมชาติ
บอนไซที่ดี ทรวดทรงสวยงามได้ธรรมชาติ ควรมีใบขนาดเล็ก เขียวชอุ่มสดชื่นสมบูรณ์ ใบไม่ดกหรือ
น้อยเกินไป ใบที่ดกทึบจะบดบังโครงสร้าง มราสวยงามของลำต้นและกิ่ง ใบที่น้อยเกินไปทำให้ดูเหมือนว่า
เป็นไม้ที่ไม่สมบูรณ์ ขาดน้ำขาดปุ๋ย
5. ดอก
แม้บอนไซที่สวยงามส่วนใหญ่จะเป็นไม้ที่มีใบเขียวสดเป็นมัน และเป็นไม้ไม่ผลัดใบ แต่เราคงปฏิเสธ
ไม่ได้ว่า บอนไซไม้ดอกก็มีความสวยงาม ไม่แพ้กับบอนไซไม้ดอกต้องให้ดอกที่มีขนาดสัดส่วนพอเหมาะกับ
ลำต้น ไม่ดกจนแน่นไปทั้งต้น ไม่ที่มีจำนวนดอกพอเหมาะและกระจัดกระจาย แต่งแต้มได้ จังหวะย่อมสวยกว่า
ไม้ที่มีดอกแน่นไปหมดจนหาช่องว่างไม่พบ
6. ผล
ผลก็เช่นเดียวกับดอก ผลควรมีจำนวนพอเหมาะ สมดุลกับขนาดของลำต้น บอนไซที่ดีต้องมีผลที่สดใส
มองดูสดชื่น ให้ผลจำนวนไม่มากไม่น้อยจนเกินไป มองดูเป็นธรรมชาติ และกระจัดกระจายไปทั่วทุกกิ่ง
กล่าวได้ว่าการเลี้ยงดูจัดแต่งบอนไซ ให้มีความสวยงามแลดูเป็นธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ซึ่งจะช่วย
เสริมสร้างทักษะให้รู้ว่า ไม้ที่ควรจะจัดรูปทรงใด จึงจะสวยงามได้ดังความต้องการ
วิธีการเลี้ยงบอนไซ
วิธีการหาไม้บอนไซมีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกคือไปเดินเลือกซื้อไม้ที่ จัดแต่งสำเร็จรูปทรงเสร็จสวยงาม
เรียบร้อยแล้ว นำมาเลี้ยงและคอยดูแลจัดแต่งไม่ให้ทรงเสียไปเท่านั้น วิธีนี้ต้องลงทุนสูง ถ้าขาดความเอาใจใส่
ปล่อยปละละเลย ความสวยงามก็จะค่อย ๆ หมดไปไม่คุ้มค่าเงินที่ซื้อ เพราะบอนไซเป็นสิ่งมีชีวิต มีการเจริญเติบ
โตลำต้นกิ่งก้าน ใบต้องร่วงโรย มีการงอก ใหม่ ไม่เหมือนกับภาพวาดหรือแกะสลัก
อีกวิธีหนึ่งคือเริ่มต้นด้วยการหาไม้เล็ก ๆ มาปลูก แล้วค่อย ๆ จัดแต่งรูปทรง ทีละน้อยจนได้รูปทรง
ที่ต้องการ วิธีนี้เวลาหลายปีกว่าจะได้บอนไซที่สมบูรณ์ แต่แน่นอนกว่าสร้างความเพลิดเพลิน เร้าใจดีกว่า
วิธีการแรก ซึ่ง ใคร ๆก็ทำได้ ไม้ต้องใช้ความอดทนเลี้ยงดู
การเลี้ยงบอนไซทำได้หลายวิธี ดังนี้
(1) การขุดต้นไม้ในธรรมชาติมาปลูก
(2) การปักชำ
(3) การดัดแต่ง
(4) การปลิดตา
(5) การตัดแต่งกิ่ง
(6) การตัดแต่งราก
(7) การรัดลวด
(8) การริดใบ
การขุดต้นไม้ธรรมชาติมาปลูก
ไม้แคระธรรมชาติที่งอกในป่าหรือบนภูเขาสูง เป็นไม้ที่เหมาะในการทำบอนไซดี ๆ เพราะมักจะมี
ลำต้น และกิ่งก้านคด ๆ งอ ๆ มีรูปทรงแปลก
ต้นไม้ที่ขุดหามาเลี้ยง ควรสมบูรณ์แข็งแรงลำต้นตรงมีใบเล็ก เวลาขุดห้ามถอนหรือดึงทำให้ลำต้น
เป็นแผล รากแก้วขาดได้ วิธีการที่ถูกคือเมื่อพบ ต้นไม้ที่เราต้องการ ใช้พลั่วหรือเสียมเล็ก ๆ ขุดดินลงไปตรง ๆ
และให้ลึกเป็นวงรอบต้นกว้างพอสมควร ระวังอย่าให้ดินแตก พยายามขุดให้ลึกพอที่จะตัดรากแก้วออกน้อย
ที่สุด เท่าที่จะทำได้ ถ้ารากแก้วยาวมาก ให้ใช้กรรไกรคม ๆ ตัดออก ตัดกิ่งที่ไม่สมบูรณ์หรือยาวเกินควรออก
ค่อย ๆ รดน้ำจนดิน เปียกชุ่ม ห่อดินด้วยฟางข้าวหรือหญ้ามอส แล้วหุ้มทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ มัดให้
แน่นหนา เพื่อให้ดินชุ่มอยู่เสมอ
เมื่อนำต้นไม้มาถึงบ้าน แก้มัดเชือกและกระดาษหนังสือพิมพ์ออกเขย่าเบา ๆ ให้ดินร่วงออกบ้าง
ขลิบรากส่วนที่พ้นดินด้วยมีดคม ๆ แล้วปลูกลงในกระถางก้นลึก ที่มีผิงหยาบ เอากรวดหยาบรองก้นกระถาง
ใส่ดินค่อนข้างร่วนลงไป 3 ใน 4 ของ กระถาง จัดวางต้นไม้ลงไปตรงกลางกระถาง กลบด้วยดินร่วนเอาตะเกียบ
กระทุ้งดิน จนแน่ใจว่าไม่มีโพรงอากาศดินจับรากแน่นดีทุกส่วน (อาจโรยทรายลงไปผสมบ้างก็ได้) เอามือกด
หน้าดินให้แน่นพอสมควร รดน้ำด้วยบัวรดน้ำฝอยละเอียด กระทั่งน้ำไหล ออกทางก้นกระถาง นำกระถางไปไว้
ในที่ร่มรำไร อับลมอากาศถ่ายเทสะดวก เมื่อผิวดินเริ่มแห้งให้รดน้ำพอชุ่ม
หลังจากปลูก ปลูก 20-30 วันยอดใหม่จะเริ่มผลิต แสดงว่ารากใหม่ งอกเจริญดีแล้ว ให้เอากระถาง
ออกรับแสงแดดได้ วันแรกให้ถูกแดดอ่อนเพียงระยะสั้น ๆ แล้วจึงเพิ่มเวลารับแดดให้นานเพิ่มขึ้นในวันต่อ ๆ มา
ในช่วงนี้ให้ใส่ปุ๋ยได้บ้างเพียงเล็กน้อย และคอยเด็ดยอดใหม่ทิ้ง อย่าให้มีกิ่งก้านมากเกินไป เพราะอาจทำลาย
รูปทรงของต้นไม้ได้ ยอดใหม่ที่ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร ให้เด็ดกิ่งตรงข้อที่แตก จากนั้นเคยเด็ดยอดใหม่
ออกทุก ๆ 2 อาทิตย์ แต่ต้นยังไม่สมบูรณ์ และต้องการให้ลำต้นโตขึ้น ก็ปล่อยทิ้งไว้ได้ และทุก ๆ ปี
ควรเปลี่ยนกระถางและดินใหม่
การปักชำ
โดยทั่วไปไม้ที่เก็บมาจากป่า จะแตกยอดใหม่ได้เร็ว และถี่มาก ยอดเหล่านี้ส่วนใหญ่ ต้องตัดแต่งทิ้ง
อยู่แล้ว แต่แทนที่จะทิ้งเสียเปล่า ก็เอามาปักชำในดินเสีย ก็จะได้ต้นใหม่ไว้ปลูกเลี้ยงได้อีก วิธีนี้นิยมกันมาก
สามารถทำได้ทั้ง ต้น กิ่ง ใบ กิ่งอ่อน และราก
การปักชำโดยใช้กิ่งอ่อน ใช้มีดเล็กคม ๆ ตัดกิ่งให้ข้อเล็กน้อย ริดใบส่วนยอดและส่วนล่างออก
ประมาณ 1 ใน 3 เพื่อลดการคายน้ำทางใบ ดินที่ใช้ปักชำต้องโปร่ง มีการระบายน้ำดี อุ้มน้ำได้มาก จึงควรใช้
ดินร่วน 7 ส่วนผสมทราย 3 ส่วน ใช้กระถางก้นเตี้ยปักชำ ก้นกระถางใส่กรวดเล็กน้อย และดินปากกระถาง
ใช้ดินร่วนละเอียดกลบปิดหน้า นำกิ่งที่เตรียมไว้ปักเอียงลงพื้นดิน ให้ลึกเพียง 1 ใน 3 รดน้ำให้ชุ่มจนแฉะ
เก็บไว้ในที่ร่ม ไม่มีลมโกรก รดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง จนกระทั่งรากงอก หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน
ก็จะแตกยอดอ่อน นำออกกลางแดดได้ วันแรกให้ถูกแดดเพียงแต่น้อย แล้วให้เพิ่มมากขึ้นในวันต่อมา ๆ
วิธีนี้สะดวกแต่กินเวลานานกว่าต้นไม้จะโต ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ไม้ บอนไซขนาดเล็กใช้เวลา 2-3 ปี
วิธีนี้เหมาะกับสนดัดญี่ปุ่น เมเปิล เซลโควา คริพโทมีเรีย เป็นต้น วิธีเพาะใช้กระถางหยาบก้นเตี้ย ใส่ดินร่วน
ผสมทรายเล็กน้อย เพื่อให้การระบายน้ำได้ดี นำเมล็ดกดลงในดิน พอมิด กลบดินบาง ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม
ไม่มีลมโกรก หมั่นรดน้ำให้ชุ่มเสมอจนงอกแล้ว จึงนำออกมาถูกแดด พอใบงอก 2-3 ใบ ก็ใส่ปุ๋ยเล็กน้อย
การดัดแต่ง
ไม่ว่าปลูกโดยต้นที่ขุดเอามาจากป่า ต้นปักชำหรือต้นอ่อน ให้เริ่มทำการ ดัดแต่งได้เมื่อรากเจริญแข็งแรง
ดีแล้ว การดัดแต่งมีจุดประสงค์เพื่อให้บอนไซรูปทรง สวยงามตามต้องการ
การดัดแต่งมีขั้นตอนสลับซับซ้อนพอสมควร ซึ่งสามารถแบ่งขั้นตอนหลักได้เป็น การปลิด การตัดแต่ง
การรัดด้วยลวด วิธีการที่ใช้แตกต่างกันไปตามพันธุ์ของต้นไม้ แต่ก็หลีกไม่พ้นการปลิดตาและยอดอ่อน
การแต่งกิ่งและราก การดัดกิ่งหรือต้นให้เป็นรูปทรง ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะวิธีที่จำเป็นต้องใช้ทั่ว ไป เพื่อให้
ง่ายต่อผู้เริ่มเลี้ยงใหม่
การปลิดตา
ต้นไม้ที่สมบูรณ์แข็งแรง มักมีตาและยอดอ่อนมาก การปลิดตาจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อควบคุมความสมดุล
ของกิ่งหรือรูปทรง และป้องกันการแย่งอาหารจากส่วนอื่น การปลิดตาช่วยให้การควบคุมความยาวของกิ่งและ
ช่วยทำให้คาคบมีขนาดเล็ก เป็นผลให้ใบมีขนาดเล็กตามด้วย
ดังนั้น การปลิดตาหรือแขนงอ่อน จึงเป็นวิธีการที่สำคัญวิธีหนึ่งในการดัดแต่ง บอนไซให้สวยงาม กิ่ง
ใบ มีขนาดเล็กสมส่วน ส่วนรายละเอียดช่วงเวลาที่ต้องปฏิบัติแตกต่างไปตามพันธุ์ไม้
ข้อที่ควรระวังคืออย่าปลิดตาหรือแขนงอ่อนกับไม้ที่เพิ่งปลูก หรือเปลี่ยนดินกระถางใหม่
ต้นไม้อาจชะงักการเจริญเติบโต ขาดความสมบูรณ์ได้ควรรอให้ไม้แข็งแรงดีเสียก่อน ตาที่จะแตกเป็นกิ่งหลัก
ในการจัดรูปทรง ไม่ต้องปลิดทิ้ง ให้ปลิดทิ้งแต่กิ่งแขนงเท่านั้น ผู้ที่มีประสบการณ์จะมองออกทันทีว่า
ตาใดควรปลิดทิ้ง ตาใดควรเก็บไว้
การตัดแต่งกิ่ง
การตัดแต่งกิ่ง เป็นวิธีการสำคัญในการควบคุมจำนวนกิ่งของบอนไซ ไม่ให้มีมากเกินความต้องการ
กิ่งที่ควรตัดออกคือกิ่งที่แตกออกมาจากที่เดียวกันหลายกิ่ง กิ่งที่งอกออกมาบังด้านหน้าลำต้น กิ่งที่งอกรอบ
ช่วงกลางลำต้นมากเกินควร กิ่งแขนง กิ่งที่อยู่เตี้ยใกล้โคนต้น กิ่งที่ยาวเกินไป การตัดกิ่งให้ตัดเมื่อกิ่งนั้นมีอายุ
พอสมควร ไม่แก่หรืออ่อนเกินไปด้วยมีดคม ๆ หรือกรรไกรแต่งกิ่ง ตัดที่โคนกิ่งให้เรียบติดกับลำต้น
การตัดแต่งราก
รากต้องมีการตัดแต่ง เช่นเดียวกับใบและกิ่ง โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนดินใหม่ หรือเปลี่ยนกระถางใหม่
รากแขนงและรากฝอยที่แก่ หรือแห้งเหี่ยวหรือตาย ควรตัดออก เพื่อให้รากใหม่แตกรวมทั้งรากแก้วที่ยาวเกินไป
จนขดรอบกระถางต้องตัดแต่งออกด้วยเช่นกัน
บอนไซเป็นไม้ที่ปลูกในกระถางเล็ก ๆ เมื่อปลูกไปประมาณ 2-3 ปี รากจะขดแน่นในกระถาง ทำให้น้ำ
ซึมผ่านลงไปได้ยาก ต้องได้รับการตัดแต่งและเปลี่ยน ดินให้ใหม่ ต้นบอนไซจึงจะสมบูรณ์แข็งแรง การตัดแต่ง
รากนี้ต้องใช้มีดที่คมและสะอาด เพื่อไม่ให้รากช้ำและมีเชื้อโรคเข้าทำลาย
การรัดลวด
การัดลวดเป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้บังคับรูปทรงบอนไซ ลวดที่นิยมใช้กันมากเป็นลวดทองแดง
ซึ่งมีคุณสมบัติอ่อนแต่เหนียว ขนาดลวดที่ใช้ ขึ้นอยู่กับขนาดขนาดของต้นไม้ (ส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ 12-18 )
ก่อนใช้ควรเผาลวดด้วยไฟ อ่อน ๆ ที่ใช้ซังข้าวเป็นเชื้อเพลิง และใช้กระดาษกาวพัน ต้นไม้บริเวณที่จะรัดลวด
เสียก่อน เพื่อป้องกันลวดรัดเป็นแผล โดยเฉพาะไม้ที่เป็นไม้ผลัดใบ ยิ่งมีความจำเป็นมาก ช่วงที่เหมาะ
ในการดัดไม้ ด้วยการัดลวดคือช่วงปลายเดือน ตุลาคม - ปลายเดือนกุมภาพันธ์
ก่อนรัดลวดควรพิจารณาตัดสินใจให้ดีก่อนว่า จะดัดกิ่งให้เป็นรูปทรงใด กิ่งใดควรตัดทิ้ง จึงลงมือ
รัดลวดดัด โดยเริ่มจากลำต้นไปหากิ่งในระดับต่ำ และกิ่งแขนง เป็นลำดับสุดท้าย แล้วจึงรัดลวดกิ่งที่สูงถัดขึ้นมา
ไปหากิ่งแขนง จนหมดทุกกิ่งที่จำเป็น ต้องรัดลวดดัด การรัดลวดปลายทั้งสองข้างของเส้นลวด ควรอยู่คนละกิ่ง
เพื่อป้องกันการเลื่อนหลุด และพันจากส่วนโคนไปหาส่วนปลาย
เพื่อให้การรัดลวดทำได้ง่ายขึ้น ควรใช้มือช่วยโน้มหรือดัดกิ่งให้โค้งงอ หรือปลิดทีละน้อยจนได้รูปทรง
เสียก่อน แล้วจึงรัดลวดตามกิ่งที่รัดจะดูโค้งงอสวยงาม เป็นธรรมชาติ ดีกว่า หลังจากรัดลวดแล้วตั้งไว้ในร่ม
ซึ่งไม่มีลมพัดจัด ป้องกันการคายน้ำของใบประมาณ 3-4 วัน จึงนำออกไปตั้งกลางแจ้ง
กิ่งที่มีขนาดเล็กสามารถปลดลวดออกได้หลังจาก 2-3 เดือน ส่วนกิ่งใหญ่ต้องใช้เวลา 4-5 เดือน
จึงค่อยปลดลวดออก แต่ถ้าเปลือกบริเวณที่รัดลวดไม่เกิดบาดแผลก็อาจจะทิ้งๆไว้ได้ถึงหนึ่งปี
การริดใบ
หลังจากปลูกต้นไม้และใส่ปุ๋ยแล้วประมาณหนึ่งเดือน ต้องทำการริดใบใหม่ที่แตกด้วยกรรไกรเล็ก ๆ
ให้เหลือใบช่วงโคนเพียงหนึ่งในสี่ ซึ่งต่อมามันจะร่วงหลุดไปเองโดยธรรมชาติ และ 2-3 อาทิตย์ต่อมา
ตาจะแตกใบใหม่ที่มีขนาดเล็กกว่ามาแทนต้นไม้ที่ริดใบต้องย้ายเก็บไว้ในที่ร่มไม่มีลมพัดและเสปรย์น้ำให้พุ่มใบ
จนกว่าใบใหม่จะแตกออกมา ต้นไม้หรือกิ่งที่อ่อนแอไม่สมบูรณ์ ไม่ควรริดใบให้ปล่อยทิ้งไว้จนกว่า ต้นหรือกิ่ง
นั้นจะสมบูรณ์
นอกจากวิธีการที่กล่าวมาแล้วนี้ ยังมีวิธีการปลีกย่อยในการตกแต่ง ไม้บอนไซให้มีลักษณะแปลก และ
ดูเด่นเป็นธรรมชาติขึ้นอีกหลายวิธี เช่นการเก็บ กิ่งที่ตายไว้ไม่ตัดทิ้งไป ซึ่งวิธีนี้ใช้กับพวกไม้สน การปลูกมอส
หญ้า ไม้พุ่มเตี้ยเล็ก ๆ ไว้ตามโคนต้นไม้ ช่วยเก็บความชื้นให้กับดินและทำให้บอนไซดูคล้ายธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
มอสที่ใช้ปลูกร่วมกับบอนไซ ควรมีใบเล็กละเอียดสีสันเขียวสดใส ช่วยอุ้มความชื้นให้กับดินได้ดี การปลูกมอส
ไม่ควรปลูกคลุมดินเต็มทั้งกระถาง ให้ปลูกเพียง 2 ใน 3 ของกระถางเท่านั้น โดยการโรยดินทรายบาง ๆ
ทับผิวหน้ากดมอสที่ตัดมาเป็นแผ่นบางๆ พอติดดินแล้วรดน้ำพอชุ่มเก็บไว้ในที่ร่มเงาครึ่งวัน และคอยเสปรย์น้ำ
ให้บ้างประมาณหนึ่งอาทิตย์มอสก็จะตั้งตัว
หญ้าและไม้พุ่มเตี้ยที่ใช้ปลูกประกอบบอนไซ ควรมีใบขนาดเล็กและไม่สูงเช่น ว่านน้ำแคระ เฟิร์นทอง
ไทม์ป่า เจนเทียนมอส เป็นต้น ไม้ที่ปลูกประกอบบอนไซเหล่านี้สามารถปลูกและดูแลรักษาได้ง่าย สิ่งสำคัญคือ
ต้องปลูก ให้กลมกลืนและสมดุลกับบอนไซ ดูเป็นธรรมชาติ จะช่วยเสริมให้บอนไซเด่นขึ้น
บอนไซชนิดต่าง ๆ
ตัวอย่างบอนไซชนิดต่าง ๆ เป็นบอนไซที่มีความสวยงาม สามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการทำบอนไซได้ ส่วน
มากจะเป็นไม้บอนไซต่างประเทศ
ซึ่งมีประเภทต่าง ๆ ดังนี้
1. คริพโทมีเรีย
2. สนดัดญี่ปุ่น (แบบสามลำต้น)
3. สนไทเป
4. เมเปิลญี่ปุ่น
5. เซเจน เมเปิล
6. สนดัดญี่ปุ่น (แบบลำต้นคู่)
7. สนไทเป (แบบขดงอหรือม้วน)
8. แอปเปิ้ลป่า
9. แอปเปิ้ลป่า (แบบลำต้นโน้มเอียง)
10. วินเทอร์ จัสมิน
11. บีช
12. Chinese Juniper
13. แอปเปิ้ลป่า (แบบลำต้นโน้มเอียง)
14. สนดัดญี่ปุ่น (แบบปลูกบนหิน)
15. สนดัดญี่ปุ่น
16. คริมสัน เจแปนนิส แอปริคอท
คริพโทมีเรีย
คริพโทมีเรีย
เป็นพันธุ์ไม้ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมปลูกเป็นบอนไซ อย่างเช่นกระถาง ที่เห็นนี้มีห้าลำต้นจากตอเดียวกัน และ
ตกแต่งรูปทรงให้มีความสัมพันธ์กับกระถางที่ปลูก ปล่อยให้พื้นดินดูโล่งกว้างสร้างความรู้สึกยืนตระหง่าน
ภูมิฐานสมชื่อว่าที่เจ้าของตั้งให้ว่า "ทหารยืนยาม"
สนดัดญี่ปุ่น (แบบสามลำต้น)
บอนไซต้นนี้มีอายุประมาณ 100 ปี ลำต้นทั้งสามเกิดจากตอรากเดียวกัน ขนาดความสูง และ
ความอ่อนช้อยของลำต้น ได้รับการดูแลตัดแต่งให้ประสมกลมกลืน เป็นอย่างดี
สนไทเป (แบบคดงอหรือม้วน)
ด้วยลักษณะพิเศษของสนไทเปที่มีลำต้นคดงอ บิดเป็นเกลียวตามธรรมชาติ ที่ดูคล้ายกับการแกะสลัก
เนื้อไม้ที่เป็นลวดลาย ประกอบกับการเลือกใช้กระถางได้ กลมกลืนเหมาะสมกับพันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูก ราวกับเป็น
หนึ่งอันเดียวกัน ทำให้บอนไซกระถางนี้ เพิ่มความสวยงามยิ่งขึ้น ดังคำที่ว่า "บอนไซที่ดีต้องมีกระถางดี ด้วย"
(กระถางปลูกที่ใช้กับปลูกกับบอนไซในภาพนี้ เป็นกระถางสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำใน ประเทศจีนมีอายุประมาณ
300 ปี )
เมเปิลญี่ปุ่น
บอนไซของต้นเมเปิลญี่ปุ่น ที่ขมวดรากทั้งสามไว้ด้วยกันแบบใช้เกาะกับก้อน หิน จะเห็นร่องรอย
ของเส้นลวดที่ใช้รัดลำต้นได้อย่างชัดเจน เมเปิลต้นนี้แตกต่างไปจาก เมเปิลธรรมดาทั่วไปคือใบเป็นสามแฉก
เซเจน เมเปิล
ไม้ต้นนี้ความสวยงามเกิดจากกลุ่มใบเล็ก ๆ สีแดงเหมือนเพิ่งแตกยอดใหม่ ลำต้นช่วงต่อกับกิ่งโป่ง
ออกเป็นปม ซึ่งเป็นการยากที่จะดูและรักษาให้ใบ ลำต้น มีรูปทรง สมบูรณ์แบบได้สมดุลเหมาะพอดี เช่นนี้
สนดัดญี่ปุ่น (แบบลำต้นคู่)
ต้นไม้ตอเดียวสองลำต้นนี้ ต้องวางแผนดูแลดัดแต่ง ควบคุม ขนาดความสูง และการทอดตัวของลำต้น
ให้มีความสมดุลได้สัดส่วน กิ่งทิ้งช่วงมีลีลาอ่อนช้อยได้จังหวะ จึงจะมีความสวยงามสมบูรณ์
ไม้ต้นนี้มีความสวยงามพอใช้แม้จะมีข้อบกพร่องอยู่ที่มองดูคล้ายเสาหินไปบ้าง เนื่องจากช่วงลำต้น
แทนที่จะเรียวจากโคนไปหาปลาย กลับเริ่มเรียวช่วงกลางลำต้น
สนไทเป (แบบคดงอหรือขดม้วน)
บอนไซลักษณะดังเช่นกระถางนี้ ความโค้งงอและลำต้นเหมือนไม้ตาย อันเป็นลักษณะพิเศษเด่นชัด
ของสนไทเปทำให้ช่วยดูเด่นสะดุดตา แม้กระถางจะดูเล็กแต่ก็ ช่วยเสริมให้ต้นไม้ดูราวกับยืดหยุ่น สปริงตัวได้
แอปเปิ้ลป่า
คำโบราณอุปมาอุปไมยว่า แอปเปิ้ลมีรูปทรงสวยงามเทียบกับสตรี แอปเปิ้ล ต้องมีการเด็ดยอดอ่อน
ออกเล็กน้อยเพื่อให้แตกดอก ดอกจะมีสีแดง เมื่อบานเต็มต้น จะดูสดสวยชื่นตา ไม้พันธุ์นี้ สามารถบังคับ
เป็นบอนไซได้ง่าย จึงเป็นไม้บอนไซที่มีผู้นิยมปลูกมาช้านานแล้ว บอนไซกระถางในภาพ จัดว่าเป็นบอนไซ
แอปเปิ้ลป่าที่มองดูมีอายุ รูปทรงสวยงามต้นหนึ่ง
แอปเปิ้ลป่า (แบบลำต้นโน้มเอียง)
คำโบราณอุปมาอุปไมยว่า แอปเปิ้ลมีรูปทรงสวยงามเทียบได้กับสตรี แอปเปิ้ลต้องมีการเด็ดยอดอ่อน
ออกเล็กน้อยเพื่อให้แตกดอก ดอกจะมีสีแดง เมื่อบานเต็มต้น จะดูสดสวยชื่นตา ไม้พันธุ์นี้ สามารถบังคับเป็น
บอนไซได้ง่าย จึงเป็นไม้บอนไซที่มีผู้นิยมปลูกมาช้านานแล้ว บอนไซกระถางในภาพ จัดว่าเป็นบอนไซแอปเปิ้ล
ป่า ที่มองดูมีอายุ รูปทรงสวยงามต้นหนึ่ง
แอปเปิ้ลป่า (แบบลำต้นโน้มเอียง)
บอนไซแอปเปิ้ลป่าเป็นไม้ที่นิยมกันแพร่หลายในสมัยนาโกยา สว่นมากมักจะดัดแต่งเป็นทรงปลาหมึก
กลุ่มของกิ่งก้านเปรียบเป็นหนวดปลาหมึก ดังในภาพมีการดัดแต่งลำต้นเริ่มโน้มเอียง ตรงช่วงหนึ่งในสาม
ของลำต้นแม้จะเป็นต้นอายุน้อยแต่ก็ดูงามสง่า ให้ความสดชื่นสบายตา
วินเทอร์ จัสมิน (แบบโน้มเอียง)
วินเทอร์จัสมิน เป็นไม้ที่เติบโตเร็ว ง่ายต่อการดัดแต่ง ให้ดอกสีเหลืองตอนต้นปี จึงนำมาทำบอนไซ
ได้ เป็นอย่างดี บอนไซกระถางนี้มีรากมั่นคง แตกกิ่งก้านสาขา มาก รูปทรงเป็นธรรมชาติ นับเป็นบอนไซ
ที่สวยงามต้นหนึ่ง
บีช (แบบปลูกเป็นกลุ่ม)
บีชเป็นไม้ขนาดสูง เกิดในที่ราบแถบภูเขา ผลัดใบทุกปี ง่ายต่อการดูแลรักษา ต้นอ่อนมีความแข็งแรงดี
นิยมปลูกกันแบบเป็นกลุ่ม เพราะให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติดีกว่า
แอปเปิ้ลป่า (แบบโน้มเอียง)
แอปเปิ้ลป่าแคระเป็นไม้ที่มีขนาดเล็ก ใบเล็กมากมีผู้นิยมทำบอนไซกันน้อย ควรมีการดัดแต่ง
ในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมเพื่อให้ออกดอก ดอกตูมมีสีแดง แต่เมื่อบานจะมีสีขาว ซึ่งจะติดผลเล็ก ๆ
ในเดือนกรกฎาคม หรือสิงหาคม
ต้นที่เห็นในภาพจัดว่าเป็นบอนไซแอปเปิ้ลป่า ที่มีความงดงาม สมบูรณืต้นหนึ่งแต่ก็ใช้เวลานานมาก
ทีเดียว กว่าจะเป็นอย่างที่เห็น
สนดัดญี่ปุ่น (แบบปลูกบนหิน)
บอนไซลักษณะนี้เป็นชนิดเกาะบนหิน ต้นปลูกไว้ในโคลนผสมใบไม้ผุ ซึ่งไว้ตามซอกหิน
บอนไซกระถางนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับกลุ่มสนเก่าบนยอดเขา หรือกลุ่มสนบนหินใหญ่อันโดเดี่ยว
หรือกลุ่มสนบนเกาะกลางทะเล แล้วแต่จินตนาการของแต่ละบุคคล
สาเหตุการตายของบอนไซ
สาเหตุที่บอนไซตาย พอสรุปได้ดังนี้
1. ถูกแมลง โรค และศัตรูต่าง ๆ รบกวน
ที่พบเห็นกันบ่อย ๆ ได้แก่ เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง ซึ่งจะดูดกินน้ำเลี้ยงของต้นไม้ทำให้พืชอ่อนแอ
หากมีเพลี้ยเป็นจำนวนมาก บนยอดอ่อนก็อาจจะเกิดอาการตายยอด หรือมียอดแตกออกมามากมาย พืชอาจจะ
ต้องตายไป ในการป้องกันกำจัดนั้น ถ้ามีเป็นจำนวนน้อยควรใช้มือจับทำลาย แต่ถ้ามีจำนวนมากควรใช้
นํ้ามันขาว ซึ่งมีขายในท้องตลาด ฉีดพ่นสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
2. ให้น้ำมากหรือน้ำน้อยเกินไป
ในกรณีที่ให้น้ำมากเกินไป จะทำให้ดินแฉะอากาศในดินไม่มี ทำให้รากเน่าเสียหาย จนต้นไม้ตายไปได้
ในกรณีที่ให้น้ำน้อยเกินไป ก็จะทำให้ดินจับตัวแน่นเป็นก้อน รากแห้งไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงลำต้นและใบ
การให้น้ำที่ดีจึงต้องใช้ความสังเกตบ้าง และควรให้น้ำเมื่อผิวดินเริ่มแห้ง และให้น้ำทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง
จะดีกว่านาน ๆ ให้ครั้ง และให้ครั้งละมากเกินพอ
3. ไม่เปลี่ยนดิน หรือเครื่องปลูก ตามเวลาอันควร
เนื่องจากกระถาง บอนไซมีขนาดจำกัด ปริมาณดินที่ใช้ยึดและเป็นแหล่งอาหารให้ลำต้นก็มีน้อย
หากปล่อยไว้โดยไม่เปลี่ยนในเวลานานเกินควรธาตุอาหารในดินย่อมหมดไป สภาพดินจับตัวแน่นเป็นก้อนแข็ง
และรากออกแน่นขดเป็นวงรอบกระถาง รากไม่จับดินทำให้ไม้ขาดน้ำและอาหารได้
4. ตัดกิ่ง ใบ หรือรากมากเกินไป
ในเวลาเปลี่ยนดิน ต้นไม้อาจตายได้ เนื่องจากแหล่งดูดน้ำอาหารและแหล่งอาหารให้ลำต้น ถูกทำลาย
มากเกินไป ทำให้ต้นไม้ขาดน้ำและอาหาร
5. ถูกแดดและลมโกรกมากเกินไป
ต้นไม้ตาย เนื่องจากเซลใบถูกทำลาย และน้ำระเหยออกจากใบมาก เกินกว่าที่รากจะดูดทดแทนเข้าไป
ได้ทัน
6. ปล่อยให้ดอก ผลออกมากเกินไป
7. ให้ปุ๋ยมากเกินไป
ทำให้น้ำในลำต้น ถูกดูดออกไปทางราก แทนที่รากจะดูดน้ำให้ลำต้น ไม้ขาดน้ำและอาหารจึงตายไป
8. ดัดแต่งมากเกินไป
9. ขยายพันธุ์จากต้นเดิม
โดยการแบ่งมากเกินไป
10. ใช้ยากำจัดโรคและแมลง
ที่เข้มข้นมากเกินไป

อ้างอิง
วทบ. (เกษตรศาสตร์) , วิชิต สุวรรณปรีชา . บอนไซ : โรงพิมพ์ทิพย์วิสุทธิ์ ,
กรุงเทพมหานคร , 2534
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Mobile|รูปแบบข้อความล้วน|www.Chayoo.in.th

GMT+8, 2019-6-16 19:12 , Processed in 0.051435 second(s), 14 queries , Gzip On.

Powered by Discuz! X3.4 R20180101, Rev.59

© 2001-2017 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้